เมื่อหลับใน ต้องคุ้มครองป้องกันให้ขับขี่รถได้โดยสวัสดิภาพถึงเป้าหมายได้อย่างไร

คนภายในยุคนี้นั้นนิยมที่จะมีรถยนต์ส่วนตัว เพราะว่ามั่นใจว่าการมีรถยนต์ส่วนตัวนั้นจะช่วยเพิ่มความสบายสบายให้กับชีวิตพวกเรา รวมทั้งมั่นใจว่าการมีรถยนต์ส่วนตัวนั้นจะมีผลให้พวกเรามีพื้นที่ส่วนตัวบนถนน ที่พวกเราจะทำอะไรก็ได้ในรถยนต์ของพวกเรา แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย เพราะพวกเราทุกคนที่มีรถยนต์ส่วนตัวนั้นก็ยังคงจำต้องใช้ถนนหนทางร่วมกับผู้ใช้รถยนต์ผู้อื่นอยู่ดี ก็เลยจะเรียกว่าเป็นหลักที่ส่วนตัวบนถนนน่าจะมิได้ โดยเหตุนี้พวกเราจะต้องระลึกถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถยนต์คันอื่นบนถนนด้วย

อาการหลับในเป็นอย่างไร

อาการหลับใน เป็น การที่พวกเราหลับในในตอนที่ตายังเปิดอยู่ ชอบเกิดขึ้นในตอนช่วงเวลาสั้นๆราวไม่เกิน 10 วินาที คล้ายกับอยู่ในภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นหรือคล้ายสลบไปชั่วเวลาเดียว สามารถปลุกได้ง่าย แต่ว่าสิ่งที่ร้ายที่สุดของอาการหลับในก็คือ พวกเราไม่สามารถที่จะบังคับตนเองไม่ให้หลับในได้นั่นเอง ซึ่งถ้าหากพวกเราเผลอมีลักษณะอาการหลับในระหว่างขับขี่รถเพียงไม่กี่วินาที ก็บางครั้งก็อาจจะเปลี่ยนเป็นต้นสายปลายเหตุให้พวกเราเกิดอุบัติเหตุกระทั่งกำเนิดการสิ้นไปก็เป็นไปได้

ที่มาของการหลับใน

1.ต้นเหตุการหลับในที่มักพบที่สุด เป็นการเลิกนอน หรือนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมง รวมทั้งการมีโรคประจำตัว เช่น นอนกรน หยุดหายใจในขณะหลับ รวมทั้งเมื่อมิได้รับการพักผ่อนหย่อนใจที่พอเพียง ทำให้สมองส่วนธาลามัสหยุดดำเนินงานชั่วครั้งคราว กระทั่งทำให้ร่างกายงีบโดยไม่ทันรู้ตัว

2.ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้นว่า สุรา เบียร์สด นำมาซึ่งการทำให้ร่างกายกำเนิดอาการง่วง ไม่มีสติ รวมทั้งอาการหลับใน ซึ่งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการเกิดอุบัติเหตุได้

3.กินยาบางประเภทที่ส่งผลทำให้พวกเราง่วงงุน ดังเช่น ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ กรุ๊ปยาบรรเทาความเครียดต่างๆซึ่งยาโดยมากจะออกฤทธิ์ด้านใน 1 ชั่วโมง และก็ฤทธิ์ยังคงอยู่ขั้นต่ำ 4-6 ชั่วโมง

4.กินอาหารอิ่มใหม่ๆบางทีอาจจะฟังมองเฮฮาแต่ว่าพวกเราขอบอกว่า “เมื่อหนังท้องตึง หนังตาก็ย่อน” นั้นเป็นความจริง เนื่องจากเมื่อของกินตกถึงท้อง ร่างกายจะย่อยคาร์โบไฮเดรตให้แปลงเป็นน้ำตาลโมเลกุลเล็กๆพอเพียงจำนวนน้ำตาลในเลือดขึ้นสูงจะปองร้ายพวกเราได้ ร่างกายก็จะหลั่งฮอร์โมนอินซูลินเพื่อลดระดับน้ำตาลให้อยู่ในภาวะธรรมดา เมื่ออินซูลินถูกหลั่งออกมาแล้วจะนำพาสารเซโรโทนิน รวมทั้งเมลาโทนินตามออกมาด้วย ทำให้พวกเรามีลักษณะง่วงนอนจัด จนถึงหลับในได้นั่นเอง

มูลเหตุที่บอกมานั้นมิได้อยู่ไกลตัวสหายๆเลย ด้วยเหตุนั้น นอกเหนือจากการที่จะจำเป็นต้องเพียรพยายามหลบหลีกต้นสายปลายเหตุพวกนั้นแล้ว เพื่อความมั่นใจและความเชื่อมั่นแม้อยากนอนจำเป็นต้องแวะหยุดพักโดยทันที ด้วยเหตุว่าถ้าหาก “หลับใน” หละก็ มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างง่ายๆหากกังวลใจเรื่องการเสี่ยงจากอุบัติเหตุหละก็ อย่าลืมทำประกันภัยรถยนต์กันด้วยหละ ถ้าเกิดยังไม่มีหรือใกล้หมดก็เช็คเบี้ยเลย

แนวทางคุ้มครองป้องกันไม่ให้กำเนิดอาการหลับในระหว่างขับขี่รถ

  • ควรจะนอนพักให้พอเพียง โดยประมาณ 7 – 9 ชั่วโมงต่อวัน
  • ควรจะบริหารร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยทำให้พวกเรานั้นนอนก้าวหน้าเพิ่มขึ้น
  • ไม่สมควรเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมที่เป็นแอลกอฮอล์รวมทั้งของมึนเมาต่างๆก่อนจะมีการขับขี่รถ รวมทั้งไม่ดื่มระหว่างการขับรถยนต์อีกด้วย
  • ไม่สมควรทานยาที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงงุนก่อนขับขี่รถโดยเด็ดขาด เพราะว่าจะมีผลให้สมรรถนะการขับขี่ต่ำลง รวมทั้งบางทีอาจมีการหลับในขึ้นได้อย่างไม่ยากเย็น
  • ถ้าหากจำเป็นต้องขับรถเป็นระยะทางที่ไกลๆควรมีเพื่อนพ้องไปด้วย เพื่อสลับกันขับขี่รถและก็สลับกันนอนพักเอาแรงได้

คุ้มครองไม่ให้กำเนิดอาการหลับในได้เช่นไร

อย่างไรก็ดีภาวการณ์ง่วงงุน รวมทั้งอาการหลับในชอบเกิดขึ้นมากในสองช่วง จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุขณะที่กำลังขับขี่ พบว่าตอนที่เจอการเกิดอุบัติเหตุจากสภาวะหลับในได้บ่อยมากมีสองช่วง เช่น ตอน 24.00 น. ถึง 8.00 น. ของพรุ่งนี้ รวมทั้งตอน 13.00 น. ถึง 15.00 น. เพราะฉะนั้นถ้าหากเพื่อนฝูงๆจะต้องขับรถยานพาหนะในระยะเวลาดังที่กล่าวถึงแล้ว ควรจะได้รับการนอนพักอย่างพอเพียงมาก่อน

ทั้งผองเป็นข้อมูลควรจะทราบสำหรับเพื่อการขับรถเป็นระยะทางที่ไกลๆโดยสวัสดิภาพ พวกเราขอย้ำว่า! อาการหลับในระหว่างขับขี่รถจัดว่าอันตรายอย่างยิ่งๆอย่าละเลยเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสำหรับการขับรถ ไม่ว่าจะเป็นตอนๆวันสงกรานต์นี้ หรือวันหยุดหลายวันต่างๆถ้าเกิดทุกคนช่วยเหลือกันระแวดระวัง รวมทั้งคุ้มครองป้องกัน จะมีผลให้การเดินทางตอนเทศกาลหยุดยาว ลดอุบัติเหตุ รวมทั้งการสูญเสียบนถนนได้อย่างใหญ่โต

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *